หากคุณกำลังวางแผนไปเที่ยวรัสเซียดินแดนหมีขาวแล้วล่ะก็ คุณจะต้องไม่พลาดกับสถานที่สำคัญอันทรงคุณค่าทั้งในเซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์กและกรุงมอสโคว์ ซึ่งมีความงดงามวิจิตรตระการตาสมเป็นประเทศแห่งมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ มาดูกันว่า 12 สถานที่สวยๆในรัสเซียที่ต้องไปให้จนได้มีที่ไหนบ้าง?

1. พระราชวังฤดูร้อนแคทเธอรีน (Catherine Palace) เซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก

เริ่มสร้างในสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราชให้เป็นที่พักผ่อนของมเหสีองค์โปรด พระนางแคทเธอรีนที่ 1 ต่อมาก็ยกให้พระธิดาอลิซาเบธ ในปี 1741 ได้ตกแต่งทำให้พระราชวังหรูหรามากขึ้นและสมัยพระนางแคทเธอรีนมหาราชก็ตกแต่งเพิ่มเติมขึ้นอีก ภายในเป็นอาคาร 2 ชั้น มีห้องพักผ่อน 50 ห้อง อาทิ ห้องโถงใหญ่หรือห้องบอลรูมเป็นห้องที่สวยงาม หน้าต่างประดับประดาด้วยกระจก เทียน ปิดทองอร่ามตามรูปแบบศิลปะบารอค ชมห้องอำพันเป็นห้องที่มีความสวยงามที่สุดไม่ว่าจะเป็นผนังหรือรูปภาพประดับก็นำอำพันมาตกแต่งทั้งหมด ห้องอาหารค่ำสีเขียว เป็นห้องที่มีลักษณะเด่นด้วยศิลปะแบบคลาสสิค

2. พระราชวังฤดูร้อนเปโตรดวาเรสต์ (Peterhof Palace) เซ็นปีเตอร์สเบิร์ก

สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช ซึ่งพระองค์ใช้เป็นที่พักผ่อนสำหรับการล่าสัตว์ในฤดูร้อน เป็นพระราชวังที่งดงามโดดเด่นด้วยอุทยานน้ำพุที่พวยพุ่งมาจากรูปปั้นสีทองและที่ต่างๆ มากกว่า 100 แห่งพร้อมสวนที่มีความสวยงามด้วยดอกไม้หลายพันธุ์ พระราชวังแห่งนี้เป็นสถาปัตยกรรมแห่งยุคทองตื่นตาตื่นใจกับประติมากรรมที่วิจิตรงดงามอลังการยิ่ง ภายในพระราชวังประดับด้วยทองคำอร่ามเรืองพร้อมภาพเขียนที่สวยงามเก่าแก่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์จนมิอาจประเมินค่าได้

3. พระราชวังฤดูหนาว (The Hermitage Palace) เซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก

ประกอบด้วยห้องต่างๆมากกว่า 1,050 ห้อง ณ สถานที่แห่งนี้เคยใช้เป็นที่รับรองการเสด็จเยือนของรัชกาลที่ 5 ของไทยในการเจริญสัมพันธไมตรีไทยและรัสเซีย พร้อมทั้งทรงร่วมพระฉายกับพระเจ้าซาร์นิโคลัส ที่ 2 ของรัสเซียอีกด้วย ซึ่งประกอบไปด้วยอาคาร 5 หลังสร้างเชื่อมต่อกันทำให้พระราชวังมีเนื้อที่กว้างใหญ่ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศรัสเซีย มีสิ่งของทรงคุณค่าจัดแสดงอยู่เกือบ 3 ล้านชิ้น งานที่มีคุณค่าถูกเก็บสะสมในพระราชวังฤดูหนาวสะสมต่อเนื่องกันมากขึ้นเรื่อยๆต่อจากพระนางแคทเทอรีน จนกระทั่งรัชสมัยของพระเจ้านิโคลัสที่ 1 มีการจัดหมวดหมู่ของสะสมทั้งหมด

4. เรือรบหลวงออโรร่า (Cruise Aurora) เซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก

เรือรบโบราณที่พ่ายแพ้กลับมาในช่วงสงครามระหว่างรัสเซียกับญี่ปุ่นเมื่อปี ค.ศ. 1904 – 1905 เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของรัสเซียได้เป็นอย่างดี

5. โบสถ์หยดเลือด (Church on Spilled Blood) เซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก

สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 2 ซึ่งถูกลอบปลงพระชนม์ ณ บริเวณที่ตั้งของโบสถ์เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ค.ศ. 1881 จึงมีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า โบสถ์แห่งการฟื้นคืนชีพ หรือที่คนรัสเซียรู้จักกันทั่วไปในชื่อ โบสถ์โมเสค ซึ่งภายในโบสถ์ประดับประดาด้วยรูปภาพโมเสกขนาดใหญ่อย่างวิจิตรตระการตา โบสถ์ดังกล่าวสร้างขึ้นจากเงินบริจาคของประชาชนทั่วรัสเซีย โดยมีรูปร่างคล้ายกับโบสถ์เซ็นต์บาซิลในกรุงมอสโคว์ใช้เวลาการก่อสร้าง 20 ปีแต่ในยุคโซเวียตโบสถ์แห่งนี้ได้กลายเป็นโรงเก็บมันฝรั่งประจำเมืองและได้มีการซ่อมแซมครั้งใหญพร้อมเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี ค.ศ. 1997

6. มหาวิหารเซ็นต์ไอแซค (St. Isaac Cathedral) เซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก

ได้ชื่อว่าเป็นมหาวิหารที่สวยงามที่สุด ใหญ่เป็นลำดับ 4 ของโลก เป็นต้นแบบของที่ทำการรัฐบาลกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา วิหารที่มีความยิ่งใหญ่ล้ำค่าด้วยยอดโดมที่ทำด้วยทองคำบริสุทธิ์น้ำหนักถึง 100 กิโลกรัมอย่างงดงาม และยังเป็นโดมที่สูงเป็นอันดับสามของโลกอีกด้วย ซึ่งตั้งสูงเด่นเป็นสง่าอยู่ ณ ใจกลางเมือง ผลงานของสถาปนิกชาวฝรั่งเศส ใช้เวลาออกแบบและก่อสร้างนานถึง 40 ปี โดยใช้แรงงานกว่า 400,000 คน ภายในวิหารนั้นถูกประดับประดาไปด้วยภาพวาด ภาพไอคอน และโมเสกที่สวยงาม ที่ด้านหลังของมหาวิหารเซ็นต์ไอแซค ซึ่งจะมีรูปปั้นแกะสลักของพระเจ้านิโคลัสที่ 1 ทรงม้ากับฐานที่มีรูปปั้นพระมเหสีและพระธิดาล้อมรอบ แสดงความหมายแฝงถึงความศรัทธา ความรอบรู้ อำนาจ และความยุติธรรม

7. วิหารคริสต์ เดอะชาวอย (Cathedral of Christ the Savoir) มอสโคว์ 

วิหารโดมทองที่ใหญ่ที่สุดในกรุงมอสโคว์ มีความหมายว่า วิหารแห่งพระเยซูคริสต์ผู้ไถ่บาป ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 44 ปี ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองติดกับแม่น้ำมอสโคว์ วิหารแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะในสงครามนาโปเลียน เมื่อปี 1812 โดยพระเจ้าซาร์อเล็กซานที่ 1 เมื่อท่านเข้าไปด้านในก็จะพบกับความงดงามอลังการของการประดับตกแต่งกระจกสี ภายใน รวมไปถึงภาพเขียนของพระเยซูและนักบุญต่างๆ ที่วาดขึ้นอย่างวิจิตรและเป็นสถานที่สำคัญของนิกายรัสเซียน

8. สถานีรถไฟใต้ดิน (Metro Station) มอสโคว์

ถือได้ว่าเป็นสถานีรถไฟใต้ดินที่มีความสวยงามมากที่สุดในโลก ด้วยความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรมการตกแต่งภายในสถานีให้มีความหรูหรา มีจุดเริ่มต้นมาจากช่วงแรกสุดที่สตาลินขึ้นมาเป็นผู้นำสหภาพโซเวียต ลักษณะของสถาปัตยกรรมที่นำมาตกแต่งภายในสถานีนั้นเป็นลักษณะของ Monumental Art คืองานศิลปะที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงคุณความดีของวีรบุรุษ ซึ่งจะสื่อออกมาในรูปของงานปั้น รูปหล่อ ภาพสลักนูนต่ำ ภาพวาดประดับลวดลายแบบโมเสก

9. พระราชวังเครมลิน (Kremlin Palace) มอสโคว์
สัญลักษณ์แห่งอดีตอันยิ่งใหญ่ ศูนย์กลางแห่งประวัติศาสตร์ ที่ประทับของพระเจ้าซาร์ทุกพระองค์จนกระทั่งพระเจ้าซาร์ปีเตอร์มหาราชทรงย้ายไปที่เซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก ปัจจุบันเป็นที่ประชุมของรัฐบาลและที่รับรองของแขกระดับประมุขของประเทศ

10. จัตุรัสแดง (Red Square) มอสโคว์

ลานกว้างใจกลางกรุงมอสโคว์ที่ถูกจัดเป็นงานแสดงความสำคัญทางประวัติศาสตร์ไม่ว่าจะเป็นงานเฉลิมฉลองทางศาสนา หรือการประท้วงทางการเมือง สร้างในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 17 ปัจจุบัน สถานที่แห่งนี้ใช้จัดงานในช่วงเทศกาลสำคัญๆ เช่นวันปีใหม่ วันชาติ วันแรงงาน และวันที่ระลึกสงครามโลกครั้งที่ 2 บริเวณโดยรอบของจัตุรัสแดงเป็นที่ตั้งของกลุ่มสถาปัตยกรรมที่สวยงามอันได้แก่ โบสถ์เซ็นต์บาซิล สถาปัตยกรรมที่แสนวิจิตรพิสดารงดงามแปลกตา ที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอีวานจอมโหดในศตวรรษที่ 16 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองชัยชนะของทหารรัสเซียในการยึดครองแคว้นคาซาน  ไม่ไกลกันนั้นมีหอนาฬิกาซาวิเออร์ ตั้งอยู่บนป้อมสปาสสกายาเป็นศิลปะแบบโกธิคบนยอดมีดาวแดง 5 แฉกที่ทำมาจากทับทิม น้ำหนัก 20 ตัน ถัดไปจะเป็นห้างสรรพสินค้ากุม ที่จำหน่ายสินค้าจำพวกแบรนด์เนมเกือบแถบทุกชนิด 

11. ตลาดอิสมายลอฟกี้ (Izmailovsky Market) มอสโคว์

ตลาดขายสินค้าที่มีสีสันและสวยที่สุดในโลก ซึ่งท่านจะได้พบกับสินค้าของที่ระลึกมากมายท่านจะได้เลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัยอาทิเช่นตุ๊กตามาทรอชก้า (แม่ลูกดก) ผ้าพันคอกล่องดนตรีรูปแบบต่างๆกล่องไม้พวงกุญแจไม้แกะสลักและสินค้าของที่ระลึกอื่นๆอีกมากมายตลาดของฝากพื้นเมืองและของที่ระลึกที่ใหญ่ที่สุดในมอสโคว์

12. เซอร์กิเยฟโปซาด (Sergiev Posad) หรือซาร์กอร์ส (Zagorsk)

เมืองนี้เปรียบเสมือนเมืองโบราณเพราะเป็นที่ตั้งของศาสนสถานที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 14-17 เป็นที่แสวงบุญที่ศักดิ์สิทธิ์ของประเทศ เป็นวิทยาลัยสอนศิลปะ สอนการร้องเพลงทางศาสนา สอนการวาดภาพ โบสถ์โฮลีทรินิตี้เป็นโบสถ์แรกของเมืองมียอดโดมหัวหอมสีทอง ภายในตกแต่งด้วยภาพเฟรสโกและภาพไอคอน 5 ชั้น มีโลงศพสีเงินของนักบุญเซอร์เจียสที่ภายในบรรจุกระดูกของท่าน ประชาชนที่ศรัทธาจะเดินทางมาสักการะด้วยการจูบฝาโลงศพ 

หน้าแรก
โปรโมชั่นทัวร์
บทความน่ารู้
ติดต่อเรา
Categories: Uncategorized

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *